AR-PLAN

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2008

ย้อน

วันแรก ที่ทุกคนได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัย
วันแรก ที่เริ่มรู้จักสถานที่ใหม่
วันแรก ที่รู้จัก "เพื่อน"
วันแรก ที่รู้จัก"รุ่นพี่"
วันแรก ที่พวกเรามี "รุ่น" เป็นของตัวเอง
วันแรก ที่รู้ว่า กำลังจะมี "น้อง"
วันนั้น ที่เราได้ทุ่มเท ดูแล คนที่เราเรียกว่า"น้อง"
วันนั้น ที่เราได้ "รุ่นน้อง"

อาจะเป็น แค่ วันๆหนึ่ง ที่มีคุณค่า กับคนที่ทุ่มเท
และเป็นวันที่ไร้ค่า สำหรับคนที่ไม่ให้ความสำคัญ


ประสบการณ์เหล่านี้
หาไม่ได้
ที่ซินเซียลี่
หรือบุคสโตร์
เพราะมันไม่มีขาย และ ประเมิณค่าไม่ได้

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2008

เรื่องลึกลับในถาปัด เอแบค สุวรรณภูมิ




เรื่องลึกลับในถาปัด เอแบค สุวรรณภูมิ
สถานที่ลับ
1. ที่บนดาดฟ้าของตึกคณะสามารถจอดฮอลิปคอปเตอร์ได้ 2 ลำ
2. ชั้น2ของห้อง workshop เป็นห้องโล่ง ชั้น3เป็นห้องไฟฟ้า(เสียงโคตรดัง) ชั้น4เป็นห้องแอร์ เราสามารถใช้ประตูด้านข้างห้องแอร์ไปชั้น5ของตึกคณะได้
3. ห้องใต้บันได และบันไดห้อง workshop สามารถใช้เป็นฉากหนังฆาตกรรมได้
4. ตึก SM, SG, SR มีห้องใต้หลังคาด้วย(ไม่ใช่ชั้น5ที่ใช้เป็นห้องสอบ) เหมาะมากที่จะเป็นsafe house
5. ใต้หอพักมีออฟฟิตของสโมสรนักศึกษา และคลังของเก่าจำนวนมาก
7. ห้องใต้บันได และบันไดหอประชุมJohn Paul สามารถใช้เป็นฉากหนังฆาตกรรมได้เช่นกัน
8. หลังโบสถ์นักบุญหลุยส์มีบ่อรับศีลล้างบาป (Baptisma) จะมีคลื่นเสียงความถี่สูงดังอยู่ตลอด(ไม่รู้เสียงอะไร) ติดกับสวนป่า และบ่อปลาของชาวบ้าน วังเวง และศักสิทธ์ได้อีก (เป็นเอกลักษณ์ของGothic แต่โบสถ์นี้ไม่ใช่Gothicแท้ๆนะ)
9. ชั้น3ของ Cafeteria เป็นโรงหนัง
10. สวนป่ารอบมหาลัยมีประตูทางเข้าทางเดียว สามารถขังคนให้อยู่ในนั้นได้
11. มีห้อง AR 0001 ใช้เป็นห้องเก็บของด้วย

เส้นทางลับ
1.เราสามารถใช้ประตูเชื่อมห้องแอร์ข้างห้องน้ำชายของชั้น 5 เข้าไปห้อง workshopได้
2.เราสามารถลงบันไดได้ถึงที่จอดรถใต้ดิน
3.เราสามารถเดินทางไปลาดกระบังได้ภายใน 10 นาทีด้วยระยะทางเพียง 3-4 กิโลเมตรเท่านั้น โดยใช้เส้นทางลึกลับที่ตัดผ่านบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้าน ทั้งนี้ต้องอาศัยคนขับแท็กซี่ที่ชำนาญทางบางคันนำทางและพาไป ในเวลากลางวันเท่านั้น เพราะอาจหลงและไม่สามารถกลับมาได้อีก
4.เมื่อก่อนมีประตูข้างสะพานมาตินรังสรรค์ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสู่โลกภายนอกได้ ปัจจุบันปิดตายโดยปล่อยให้เถาวัณย์ขึ้นจนรก


เรื่องควรรู้

1. SM ไม่มีบันใดกลาง ควรดูแผนผังให้ดี เพราะตึกถูกตัดด้วยArchใหญ่ตรงกลาง ทำให้ต้องเดินโอ้มไกล และรอลิฟต์นานมาก และคนแน่นมาก
2. SM SG SR CL มีจำนวนลิฟต์น้อยกว่าตึกคณะเรา
3. ควรเลี่ยงการใช้ลิฟต์ของตึก CL ในช่วงเวลา 08.50 10.15 และ 11.45 เพราะต่อแถวนานมากๆ
4. ลิฟต์ที่ CL เร็วมาก อาจทำให้หูอื้อได้
5. กระจกสี (Stain glass) ที่ หน้าต่างกลม (Rose window) ตึก CLหายไปไหน
6. ณ ปัจจุบัน ปี 2551 โครงการก่อสร้างวิทยาเขตสุวรรณภูมิแล้วเสร็จเพียง 25 %
7. คณะกรรมการก่อสร้างได้จองภูเขาทั้งลูกที่สระบุรีเพื่อใช้เป็นแหล่งหินอ่อน
8. ที่ดินที่ใช้สร้างส่วนใหญ่ได้มาจากการบริจาค
9. (รปภ.)คนของเอแบคจะใส่สูท ผูกไท มีคำนำหน้าว่า"คุณ" จะเข้มและมีอำนาจมากกว่า รปภ.เสื้อฟ้าซึ่งมาจากบริษัทข้างนอก คุณ วสันต์ เป็นคนของเอแบคประจำตึกเรา
10. นักการชุดเหลืองเป็นของ CPS ตรงต่อเวลาและดุ(คิดถึงพี่มากนักการตึกL)
11.ที่จอดรถเป็นของ ASIA PARK แพงและเคี่ยว

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2008

L-Building อยู่ไหน(วะ)

Huamak Campus in AR's Memory
ซีรี่ย์เรื่องยาวที่จะพาเราย้อนไปในคืนวันเก่าๆของเรา
- L-Building อยู่ไหน(วะ)

ตึกL ตึกเรียนของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์(ABAC SCHOOL OF ARCHITECTURE) เหมือนถูกออกแบบไว้เพื่อพรางสายตาของคนภายนอก และส่งผลให้คนภายนอกละเลยที่จะจดจำคณะนี้ด้วยเช่นกัน เคยมีบางคนถึงกับตกใจเมื่อรู้ว่าเอแบคมีถาปัตย์ด้วยหรอ(วะ) เช่นเดียวกันกับที่เค้าแปลกใจว่าเอแบคมีตึกLด้วยหรอ(วะ) ตึกL หรือชื่อเต็มๆว่า St.Louise Hallเป็นตึกเล็กๆ7ชั้น ไม่มีลิฟต์ ตั้งอยู่ด้างหลังหอสมุดกลาง(st. Gabriel Library)และห้องน้ำ มีทางเข้าเป็นประตูเล็กที่มีป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำชายติดอยู่ จึงมีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าตึกห้องน้ำชาย เมื่อเข้าไปจะพบทางเดินแคบ ซ้ายมือมีสเปซเล็กๆไว้แสดงผลงาน ขวามือมีบอร์ดประชาสัมพันธ์ติดอยู่ เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะพบประตูๆซ้ายเข้าห้องน้ำชาย ประตูขวาเข้าห้องคณะ ซึ่งภายในประกอบไปด้วยห้องห้องพักDean, พักอาจารย์Interior, ออฟฟิสคุณเจี๊ยบ, ห้องWorkshop และโต๊ะนั่ง 2 โต๊ะ ไว้นัดประชุม และทำกิจกรรมของนักศึกษา มีแอร์ พัดลมเปิด ปิดได้ตลอดเวลา (แอร์หนาวมาก) ที่นี่เป็นที่ประจำของเราถาปัตย์ ที่จะมานั่งตากแอร์ชิวๆพบเพื่อน พี่ น้อง อาจารย์ และDean นอกจากนี้ยังมีประตูที่เชื่อมตึกLสู่โลกภายนอก(แต่มักไม่ค่อยเปิด) แต่เรายังสามารถใช่ช่องเล็กๆใต้ประตูส่งกระดาษ ส่วนบันใดด้านนอกใช้เป็นที่สูบบุหรี่(โคตรร้อน) และหน้าต่างซึ่งห่างจากรั้วไม่มากนักมีไว้ส่งของกิน ของใช้ นอกจากนี้ยังมีซอกเล็กๆข้างตึกไว้แอบยามสูบบุหรี่โดยไม่ต้องออกไปสูบข้างนอกอีกด้วย ขึ้นมาที่ชั้นสองด้วยบันใดเล็กๆเก่าๆข้างใต้บันใดแป็นห้อพักของพี่มาก นักการประจำตึก ขึ้นไปจะพบห้องComเป็นห้องแรก ห้องสตูปี1 บอร์ดประกาศผลสอบ และห้องปริ้นงานพี่จีน ภายในห้องสตูปี1ประกอบไปด้วยโต๊ะเขียนแบบพร้อมT-Slideแบบพับเก็บได้ บอร์ดPin-upรอบห้องเว้นไว้เป็นหน้าต่าง1ช่อง ชั้นเหล็กวางของ ตู้ล็อกเกอร์ที่ไม่ค่อยมีคนใช้ และห้องนี้ห้องเดียวในตึกที่มีโปรเจกเตอร์ในห้องติดไว้ถาวร ชั้น3เป็นสตูปี2 ชั้นนี้พิเศษกว่าชั้นอื่นเพราะมีทางเชื่อมไปตึกM ห้องสมุด(ประตูปิดตาย) ตึกAและSalle d' Expo เรื่อยไปถึงตึกP ส่วนห้องก็เหมือนกันเพียงแต่ไม่มีโปรแจคเตอร์ ชั้น4 เป็นสตูปี3 ชั้น5เป็นสตูปี4 ชั้น6เป็นห้องพักอาจารย์ ชั้น7(ห้องใต้หลังคา)เป็นโรงยิม มีโต๊ะปิงปอง และใช้เป็นห้องสอบด้วย ส่วนสตูของปี5นั้นอยู่ที่ชั้น6 ตึกM(อาคารมาติน เดอ ตูร์) ตึกข้างๆ เป็นที่ทำการของคณะพยาบาล(Nursing Science) และสำนักทะเบียน มี6ชั้น มีลิฟต์เล็กๆ1ตัว(ย้ำเล็กมาก) การเรียนของปี5นั้นเป็นThesis อาจต้องข้างคืนบ้างในบางครั้ง จึงไม่ต้องแปลกใจว่าอาจมีข้าวของที่เราคุ้นตาที่บ้าน เช่น ไม้แขนเสื้อ แปรงสีฟัน อุปกรณ์การนอน อยู่ให้เห็นประปลาย แม้ตึกLจะไม่ใหญ่โตจนบางครั้งน่าอึดอัดเวลาทำงาน และไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน(คณะแก้ปัญหาโดยตัดชื่อนักเรียนออกไปเรื่อยในแต่ละปี อิอิ!) แม้ตึกLจะไม่มีลิฟต์ต้องเดินบันไดขึ้นมาเหนื่อยมาก หรือใช้ลิฟต์ตึกM ที่แสนแคบแล้วเดินทางเชื่อมมา แต่ที่นี่มีห้องคณะและบันใดข้างนอกที่รวมของเราทุกคน สตูที่ทำงานและทำกิจกรรมจนดึกดื่น ที่ที่เป็นจุดกำเนิดของพวกเรา ที่ที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำดีๆ เราจะเก็บความทรงจำเอาไว้ไม่ลืม
(ที่สำคัญ ขอบคุณพี่มาก นักการประจำตึกเรา ที่คอยดูแลความสะอาดจนดึกดื่น คอยเปิดปิดห้อง ช่วยเหลืองาน ดูแลความปลอดภัยให้เรา บางครั้งต้องตื่นมาตอนดึกเพราะเราปลุก คิดถึงพี่มาก)

ร่วมแบ่งปันความทรงจำดีๆเกี่ยวกับตึกL ข้างล่างคับ